แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สาระน่ารู้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สาระน่ารู้ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2557

5 วิธีแก้ ก้างปลาติดคอควรทำยังไงดี

เชื่อว่าผู้อ่านทุกท่านก็คงเคยเป็นกันนะครับ กับอาการก้างปลาไปทิ่มค้างอยู่ภายในลำคอ อันเนื่องมาจากรับประทานอาหารประเภทปลา โดยเฉพาะปลาหลายๆชนิดที่มีก้างฝอยแหลมเล็กๆ แทรกอยู่ตามเนื้อ ซึ่งมันจะส่งผลให้เกิดอาการระคายเคือง หรืออาการเจ็บๆแสบๆ เกิดขึ้นหากว่ามันทิ่มลงในบริเวณลำคอที่เป็นเนื้ออ่อน ก้างปลาเหล่านี้บางครั้งก็หลุดออกไปได้เอง แต่ก็มีบางครั้งที่มันไม่ยอมหลุดออกไป และก่อให้เกิดความรำคาญขึ้นจนหมดอารมณ์กินอาหารต่อเลยก็มีครับ
5 วิธีแก้ ก้างปลาติดคอควรทำยังไงดีเมื่อเจอปัญหานี้
แน่นอนว่าการแก้ปัญหานั้น คงจะใช้มือหยิบออกมาเฉยๆ เหมือนบาดแผลภายนอกไม่ได้แน่เพราะในลำคอนั้นเป็นส่วนลึกของร่างกาย และมีอวัยวะสำคัญต่างๆ อยู่มากมาย ดังนั้นจึงมีผู้คิดค้นวิธีแก้ปัญหาหลากหลายวิธีแตกต่างกันออกไป เรามาดูกันครับว่า มีวิธีไหนกันบ้าง
1. ดื่มน้ำเย็น บางครั้งการดื่มน้ำเย็นก็อาจจะช่วยให้ก้างปลาเหล่านั้นหลุดออกไปจากลำคอได้ ในกรณีที่มันปักไม่ลึก หรืออยู่ในซอกที่ไม่ซับซ้อนนัก เคล็ดลับก็คือ ในระหว่างการดื่ม ให้กลั้วคอไปมาในบริเวณที่รู้สึกเจ็บ จากนั้นก็ค่อยกลืนน้ำลงไป
2. ดื่มน้ำมะนาว เนื่องจากมะนาวนั้น มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ดังนั้นจึงมีคุณสมบัติช่วยละลายกระดูกเล็กๆ ประเภทก้างปลาได้ แต่ต้องค่อยๆ ดื่มนะครับ แล้วค่อยๆ กลืนให้น้ำมะนาวผ่านไปยังจุดที่ก้างปานั้นปักอยู่ บางคนอาจบ่นว่าวิธีนี้ทำได้ยากเพราะน้ำมะนาวจะมีรสเปรี้ยว แนะนำให้ทาเกลือที่ขอบแก้วครับ จะช่วยให้ดื่มได้ง่ายขึ้น
3. กลืนข้าวคำโตๆ แนะนำให้เป็นข้าวเหนียวเปล่าๆปั้นเป็นก้อนกลม แล้วกินลงไปโดยห้ามเคี้ยวละเอียด เอาแค่พอจะกลืนผ่านลำคอไปได้ เมื่อข้าวเหนียวผ่านช่องลำคอไปแล้ว จะช่วยทำให้ก้างปลาที่ติดอยู่ภายในลำคอ หลุดติดข้าวเหนียวลงท้องไปได้ครับ
4. ใช้นิ้วล้วง เมื่อวิธีการที่แนะนำไปทั้งหมดข้างต้นนั้น ยังใช้ไม่ได้ผล แนะนำให้ใช้นิ้วมือพันผ้าสะอาด ล้วงเข้าไปเขี่ยในบริเวณที่รู้สึกว่ามีก้างปลาติดอยู่ แต่ต้องทำด้วยความระมัดระวังนะครับ เพราะช่องลำคอของคนเรานั้นเต็มไปด้วยส่วนต่างๆ ที่สำคัญมากมายเลยทีเดียว หากไม่ระวังหรือนิ้วมือไม่สะอาดพออาจทำให้เกิดแผลขึ้น และตามมาด้วยอาการอักเสบภายในช่องปาก คราวนี้ทรมานกว่าเดิมแน่นอนครับ
5. หากลองทำทุกวิธีแล้วยังไม่ได้ผล คงต้องไปพบแพทย์ เพราะบางครั้งก้างปลาเหล่านั้นอาจจะไปทิ่มตำในส่วนที่สำคัญ เป็นต้นว่า หลอดอาหาร โคนลิ้น ต่อมทอลซิน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นการไปหาหมอเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดครับ เพราะหมอจะมีการรักษาที่ถูกวิธี และปลอดภัยกว่า แถมยังมีเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ พร้อม เรียกว่าไปหาหมออุ่นใจที่สุดครับ
ที่พูดมาทั้งหมดนั้น เป็นวิธีแก้ไขซึ่งเป็นที่นิยม และได้รับการยืนยันว่า (ส่วนใหญ่)ใช้ได้ผลกันมานักต่อนักแล้วก็ตาม แต่คงจะดีกว่านั้น หากเราระมัดระวังในการรับประทานอาหารประเภทปลา โดยตรวจดูให้ละเอียดว่าเอาก้างออกหมดแล้วหรือยังก่อนรับประทานลงไป อาการก้างปลาติดคอนี้ก็จะไม่เกิดขึ้นกับคุณครับ

วันอังคารที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ประโยชน์ของเปลือกมังคุดทางสมุนไพรไทย

ประโยชน์ของเปลือกมังคุดทางสมุนไพรไทย

มังคุด เป็นผลไม้ที่อยู่คู่บ้านมาตั้งแต่เกิด แต่เป็น ผลไม้ ที่ไม่ค่อยจะชอบกินสักเท่าไหร่ ไม่เกิน 1 กก. ก็เลิกแล้ว เด็ก ๆ ก็ไม่ค่อยชอบกิน ว่าง ๆ นั่งค้นหาข้อมูลดูแล้วเปลือก มังคุด ก็มีประโยชน์มากเหมือนกัน เค้าว่ามาว่า สามารถต้านการอักเสบของสิว ระงับการเกิดสิว ช่วยสมานผิว และที่เค้ากำลังฮิต ๆ คือ ต้านอนุมูลอิสระ....

ประโยชน์จากเปลือกมังคุด
เมื่อก่อนตอนเด็ก ๆ เห็นย่าเอาเปลือก มังคุดแห้ง ๆ มาฝนกับฝาหม้อดิน แล้วเอามาแต้มแผล....ย่าว่าทำให้แผลหายเร็ว.... แต่เราก็ได้แต่ดู และคิดในใจว่าทำไมไม่ซื้อยามาทา แต่ย่าและคนแต่แรกบอกว่า การกิน มังคุดพร้อมกับน้ำตาลทราย ทำให้ถึงแก่ชีวิตได้... จึงไม่ค่อยมีเมนูที่เกี่ยวกับน้ำตาลเลย ...ไม่รู้เท็จจริงประการใด ยังไม่กล้าลองสักที
แต่พอถึงตอนนี้ข้อมูลทางสื่อออนไลน์มีการหมักกับน้ำตาล มีการทำน้ำ มังคุด ทานกันครึกโครม ยังไม่มีข่าวว่าทำให้ถึงแก่ชีวิต ก็เลยอยากลองบ้าง คุณประโยชน์ของเปลือกก็น่าสนใจทั้งนั้นเลยค่ะ ต้องลองแล้วแบบนี้ เค้าว่า ให้เอาเปลือก มังคุด มาตากแห้ง แต่ต้องสะอาดปราศจากเชื้อต่าง ๆ มาต้มกับน้ำ อย่าให้ข้น หรือใสเกินไป น้ำมาทาหน้า หรือแต้มสิวได้ด้วย แล้วถ้ามีคุณประโยชน์แบบนี้จะทิ้งทำไมล่ะเนี่ย.....
มีคนเฒ่าคนแก่บอกว่า เปลือก มังคุด สามารถรักษาริดสีดวงทวารได้....ก็น่าจะจริงนะคะ เค้าว่า นำเปลือก มังคุด มาต้ม (น่าจะตากแห้งก่อน) พอน้ำอุ่น ๆ ก็นำไปแช่ทวาร เหมือนกับทางแพทย์ให้ด่างทับทิมมาแช่ .....เพราะคุณสมบัติช่วยให้สมานแผล มั๊ง อันนี้ก็ยังไม่ได้ลอง เพราะยังไม่เป็น.....ถ้าเป็นก็จะลองค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2557

อาหาร 10 อย่าง ที่ควรกินหลังออกกำลังกาย


หลายคนที่ลดน้ำหนักอาจเข้าใจผิดไปว่า หลังออกกำลังกายแล้วนั้นไม่ควรรับประทานอาหารใดๆ ทั้งสิ้นเพราะจะทำให้ยิ่งอ้วน แต่หารู้ไม่ว่าช่วงหลังออกกำลังกายนี่แหละเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายต้องการอาหารอย่างเช่น น้ำ โปรตีน และคาร์โบไฮเดรตอย่างยิ่ง ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อนำไปใช้ซ่อมแซม ลดการสึกหรอและเสริมสร้างกล้ามเนื้อนั่นเอง
เรามาดูอาหารที่ควรรับประทานหลังออกกำลังกายกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง แต่ก่อนที่จะรับประทานอะไรเข้าไปก็ต้องขึ้นอยู่กับปริมาณแคลอรีที่คุณได้รับเข้าไปต่อวันด้วยนะ เอาเป็นว่าไม่มากไปไม่น้อยไปดีที่สุด ที่สำคัญควรรับประทานอาหารหลังออกกำลังกายเสร็จแล้ว 30 นาทีขึ้นไปเพื่อจะได้ไม่เป็นภาระของร่างกายกันนะจ๊ะ
       
       ไข่
ไข่
โปรตีนและคาร์โบไฮเดรตเป็นอาหารที่ดีโดยเฉพาะกับผู้ที่ชอบออกกำลังกาย ซึ่งไข่ใบเล็กๆ ที่เราเห็นอยู่นั้นอุดมไปด้วยโปรตีนถึง 6.3 กรัม อีกทั้ง 1 ฟองยังมีเพียง 70 แคลอรีเท่านั้นเอง เรียกได้ว่าไข่เป็นหนึ่งในอาหารจากธรรมชาติที่ดีอย่างยิ่ง จึงไม่แปลกใจเลยที่เรามักเห็นผู้ที่ควบคุมน้ำหนักหรือแม้แต่นักเพาะกายชอบกินไข่กันนักหนา มีแต่ประโยชน์ล้วนๆ แบบนี้จะพลาดได้ยังไงกัน
       
       น้ำส้มคั้นสด
น้ำส้มคั้น
นอกจากคุณจะได้รับวิตามินซีในน้ำส้มคั้นแล้ว คุณยังจะได้รับโพแทสเซียมอีกด้วย ซึ่งสามารถช่วยให้ร่างกายสดชื่นขึ้นได้ น้ำส้มคั้นสดจึงเป็นสิ่งที่ควรดื่มหลังออกกำลังกายเช่นกัน 
       
       กล้วย
กล้วย
กล้วยจัดเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงอย่างยิ่งเพราะอุดมไปด้วย โปรตีน, คาร์โบไฮเดรต, ฟอสฟอรัส, ธาตุเหล็ก, วิตามินเอ อีกทั้งยังมีแมกนีเซียม ที่สำคัญนั้นคาร์โบไฮเดรตในกล้วยสามารถดูดซึมได้อย่างรวดเร็วเมื่อรับประทานเข้าไปหลังออกกำลังกายจึงสามารถช่วยสร้างกล้ามเนื้อและฟื้นฟูร่างกายได้ดีมาก 
       
       ปลาแซลมอน
ปลาแซลมอน
     การรับประทานปลาแซลมอนนั้นร่างกายไม่เพียงแต่จะได้รับโปรตีนเท่านั้น แต่ทว่ายังได้รับสารโอเมก้า 3 อีกด้วย ซึ่งสารโอเมก้า 3 ที่พบในปลาแซลมอนนั้นยังสามารถช่วยสร้างกล้ามเนื้อและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของกล้ามเนื้อให้มากขึ้นอีกด้วย
       
       บลูเบอร์รี
บลูเบอร์รี
บลูเบอร์รีจัดเป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ค่อนข้างสูงมากทีเดียว ซึ่งมีงานวิจัยออกมาว่าบลูเบอร์รีสามารถช่วยเพิ่มอัตราการฟื้นตัวหลังจากออกกำลังหนักๆ ได้
       
       ถั่วและผลไม้อบแห้ง
ถั่วและผลไม้อบแห้ง
 หากคุณเกิดอยากกินขนมขบเคี้ยวหลังออกกำลังกายขึ้นมาล่ะก็ นึกถึงถั่วและผลไม้อบแห้งไว้เป็นอันดับแรกเลย เพราะเนื่องจากว่าทั้งสองสิ่งที่เรากล่าวถึงอยู่นี้มีโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นหลังออกกำลังกายคุณควรจะกินสิ่งเหล่านี้สักหนึ่งหรือสองกำมือ ซึ่งถั่วที่มีประโยชน์ต่อการสร้างกล้ามเนื้อมากที่สุดนั่นก็คือถั่วเหลือง เพราะครึ่งถ้วยมีโปรตีนถึง 34 กรัมเชียวล่ะ
   
      
 สับปะรด
สับปะรด
สับปะรดถือได้ว่าเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง อีกทั้งในสับปะรดยังมีสารบรอมีเลน (bromelain) ซึ่งสารนี้นอกจากจะช่วยย่อยโปรตีนได้แล้วยังสามารถช่วยต้านการอักเสบรักษาอาการฟกช้ำและเคล็ดขัดยอกได้ดีทีเดียว ที่สำคัญวิตามินซีในสับปะรดยังเป็นองค์ประกอบสำคัญในการช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อได้อีกด้วย 
       
       มันเทศ
มันเทศ
  มันเทศถือว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีเลิศเชียวล่ะ ในมันเทศประกอบไปด้วยวิตามินต่างๆ มากมาย อาทิ วิตามิน B6, วิตามิน C, วิตามิน D, แมกนีเซียม, โพแทสเซียม และคาร์โบไฮเดรต เหมาะอย่างยิ่งที่จะนำมารับประทานหลังออกกำลังกาย
       
       กีวี
กีวี
กีวีเป็นผลไม้อีกหนึ่งชนิดที่อุดมไปด้วยวิตามินซีและโพแทสเซียม มีส่วนช่วยต้านอนุมูลอิสระ สามารถซ่อมแซมกล้ามเนื้อภายหลังการออกกำลังกายได้ดีไม่แพ้อาหารชนิดอื่นๆ เลยล่ะ 
       
     
  น้ำเปล่า
น้ำ
ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นอาจเกิดขึ้นได้หลังจากที่เราออกกำลังกาย ดังนั้นเพื่อเรียกความสดชื่นกลับคืนมา หลังออกกำลังกายให้สังเกตดูว่าน้ำหนักตัวนั้นหายไปเท่าไหร่ หากหายไปเท่าไหร่ก็ให้ดื่มน้ำกลับไปเท่านั้น ซึ่งปริมาณน้ำที่แนะนำให้ดื่มหลังออกกำลังกายนั่นก็คือ 2-3 แก้วนั่นเอง

วันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เพิ่มพลังทางเพศด้วยอาหารกันเถอะ



สาระน่ารู้ | เคล็ดลับ  | อาหารเพิ่มพลังทางเพศ
สาระน่ารู้ | เคล็ดลับ  | อาหารเพิ่มพลังทางเพศ
   

     อัลมอนด์ : ผ่านการพิสูจน์แล้วว่า ให้ทั้งพลังงานแก่ร่างกาย กระตุ้นให้เกิดการสร้างฮอร์โมนความต้องการในเพศชายเพิ่มมากขึ้น ที่สําคัญกลิ่นของอัลมอนด์เมื่อบิออกมาแล้วถือเป็นกุญแจสร้างความอยากอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ต้องแปรเปลี่ยนความในออกมาเป็นพฤติกรรมรัญจวนใจ ไม่ต้องเอาไปคั่ว ไม่ต้องเอาไปบด และไม่ต้องจัดการปรุงรสโดยคลุกกับเกลือ เพียงเมล็ดอัลมอนด์จะทํางานอย่างเต็มประสิทธิภาพในแบบดั้งเดิมคือ ดิบๆ หรือถ้าคุณและหล่อนเบื่อที่จะกินเปล่าๆ ก็สามารถประยุกต์ใส่กับสลัดผักชนิดต่างๆ แล้วคลุกเคล้ากันให้ทั่ว ก่อนจะผลัดกันเสิร์ฟคนละคําก็น่ารักไม่เบาเหมือนกัน

 มะม่วง, พีช และสตรอเบอรี่ : อากาศร้อนๆ อย่างนี้จะทําอะไรมีความสุขไปกว่าการได้กินผลไม้เนื้อแน่นและฉ่ำด้วยน้ำหวานๆ อย่างมะม่วง พีช และสตรอเบอรี่อีกล่ะ ยิ่งไปกว่านั้นการกลืนกินผลไม้ทั้ง 3 ชนิดข้างต้นยังช่วยกระตุ้นอารมณ์ต้องการได้เป็นอย่างดี เนื่องจากลักษณะรูปทรงของผลไม้เหล่านี้ไม่ต่างจากส่วนสัดบนเรือนร่างมนุษย์ ส่วนเนื้อด้านในที่แน่นและมีเส้นใยอาหารแตกต่างกัน ยังกระตุ้นการรับรสของลิ้นได้เป็นอย่างดีอีกต่างหาก รสหวานและความฉ่ำในตัวของผลไม้จะกระตุ้นต่อมรับรสบนลิ้นอย่างฉับพลัน และส่งผล ตรงไปถึงสมองให้แสดงความรู้สึกซาบซ่านออกมา

     ไข่ไก่ : ถึงจะดูแล้วเป็นอาหารแบบพื้นๆ แต่ไข่ที่ดูธรรมดาๆ นี่ล่ะ กลับให้วิตามินบี 6 และบี 5 ในปริมาณค่อนข้างสูงสูสีกับอาหารกระตุ้นรักประเภทอื่น ที่สําคัญการได้รับวิตามินทั้ง 2 อย่างพร้อมๆ กัน นอกจากจะกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนสร้างความต้องการทางเพศมากขึ้นแล้ว ยังช่วยควบคุมความเครียดหรือความตื่นตระหนกในขณะมีกิจกรรมด้วย ช่วงนี้ไข้หวัดนกกําลังระบาด เชื้อ H5N1 ออกอาละวาดไปทั่ว ดังนั้น อย่าได้คิดเพิ่มความฟิตด้วยไข่ดิบหรือไข่ลวกเป็นอันขาด ทางที่ดีควรทําให้สุกเสียก่อน ถึงจะสูญเสียวิตามินตัวสําคัญๆ ไปบ้าง แต่ก็ยังดีกว่าเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยง ยิ่งไปกว่านั้น ในไข่นกและไข่ปลาก็มีคุณสมบัติไม่แพ้ไข่ไก่เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นไข่นกกระทาหรือไข่ปลาคาเวียร์ ล้วนมีคุณค่าด้วยกันทั้งสิ้น เพียงแต่ต้องระวังเรื่องคอเลสเตอรอล ควบคู่กันไปด้วย   

ใบย่านาง ใบไม้ที่กำลังจะถูกลืม

ย่านางเป็นสมุนไพรรสจืด เป็นยาเย็น มีฤทธิ์ดับพิษร้อน คนจึงนำ ใบย่านาง ไปคั้นเป็นน้ำคลอโรฟิลล์ เพื่อเพิ่มความสดชื่น ปรับอุณหภูมิในร่างกาย และยังนำ ใบย่านาง ไปช่วยดับพิษไข้ ดับพิษของอาหาร แก้อาการผิดสำแดง แก้พิษเมา แก้เลือดตก แก้กำเดา ลดความร้อนได้ด้วย นอกจากใบแล้ว ส่วนอื่น ๆ ของ ย่านางก็มีประโยชน์เช่นกัน ทั้ง "ราก" ที่ใช้แก้ไข้พิษ ไข้หัด ไข้ฝีดาษ ไข้กาฬ ไข้ทับระดู "เถาย่านาง" ใช้แก้ไข ลดความร้อนในร่างกาย......
ประโยชน์จากใบย่านาง
ขณะที่ข้อมูลทางเภสัชวิทยาระบุว่า ย่านาง ยังช่วยต้านมาลาเรีย ยับยั้งการหดเกร็งของลำไส้ ต้านฮีสตามีน ส่วนข้อมูลทางโภชนาการระบุว่า ย่านางมีเบต้าแคโรทีนในปริมาณสูง ซึ่งจะช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย แถมยังอุดมไปด้วยเส้นในอาหาร แคลเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัสย่านางจึงเป็นหนึ่งในจำนวนผักพื้นบ้านที่นักวิจัยแนะนำให้นำมาใช้ในรูปแบบอาหารเพื่อรักษาโรคมะเร็ง
ส่วนการศึกษาข้อมูลอื่นของย่านาง หมอเขียวได้ให้ความรู้เอาไว้ดังนี้
  • *ใบย่านางกับการบำบัดโรค เช่น ตาแดง ตาแห้ง แสบตา ปวดตา ตามัว กล้ามเนื้อเกร็งค้าง เกิดฝีหนอง น้ำเหลืองเสียตามร่างกาย ท้องผูก แสบท้อง มีผื่นที่ผิวหนัง ปื้นแดง มีตุ่มใสคัน เป็นเริม งูสวัด หายใจร้อน เสมหะเหนียวข้น อ่อนเพลีย เจ็บปลายลิ้น หูอื้อ ตาลาย เกร็ง ชัก โรคหัวใจ ไซนัสอักเสบ ตับอักเสบ กระเพาะอาหาร ลำไส้อักเสบ ไทรอยด์เป็นพิษ ริดสีดวงทวาร มดลูกโต ตกขาว ตกเลือด ปวดมดลูก หอบหืด ไตอักเสบ ไตวาย นิ่วในไต นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ นิ่วในถุงน้ำดี ไส้เลื่อน ต่อมลูกหมากโต เบาหวาน เนิ้องอก มะเร็ง และพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย เป็นต้น
  • *ย่านาง...ปรุงรสเพื่อปรับสมดุลให้ร่างกาย การปรับสมดุลให้ร่างกาย สามารถทำได้โดยใช้ ใบย่านาง ในการเพิ่มคลอโรฟิลล์ คุ้มครองเซลล์ ฟื้นฟูเซลล์ ปรับสมดุล บำบัดหรือบรรเทาอาการที่เกิดจากภาวะไม่สมดุลแบบร้อนเกินไป ดังนี้
    • เด็ก ใช้ ใบย่านาง 1-5 ใบต่อน้ำ 1-3 แก้ว (200-600 ซีซี)
    • ผู้ใหญ่ที่รูปร่างผอมบาง เล็ก ทำงานไม่ทน ใช้ 5-7 ใบ ต่อน้ำ 1-3 แก้ว
    • ผู้ใหญ่ที่รูปร่างผอมบาง เล็ก ทำงานทน ใช้ 7-10 ใบ ต่อน้ำ 1-3 แก้ว
    • ผู้ใหญ่ที่รูปร่างสมส่วนถึงตัวโต ใช้ 10-20 ใบ ต่อน้ำ 1-3 แก้ว โดยใช้ ใบย่านาง โขลกละเอียดแล้วเติมน้ำ หรือขยี้ใบย่านางกับน้ำหรือปั่นในเครื่องปั่น (แต่การปั่นเครื่องปั่นไฟฟ้าจะทำให้ประสิทธิภาพลดลงบ้าง เนื่องจากความร้อนจะไปทำลายความเย็นของ ย่านาง) แล้วกรองผ่านกระชอนเอาแต่น้ำ ดื่มครั้งละ 1/2-1 แก้ว วันละ 2-3 เวลา ก่อนอาหารหรือตอนท้องว่าง หรือผสมเจือจางดื่มแทนน้ำเปล่าในอุณหภูมิห้องปกติ ควรดื่มภายใน 4 ชั่วโมงหลังจากทำน้ำ ย่านางเพราะถ้าปล่อยเกิน 4 ชั่วโมง มักจะมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวไม่เหมาะที่จะดื่ม ส่งผลให้เกิดภาวะร้อนเกิน แต่ถ้าแช่ในน้ำเย็นหรือตู้เย็น ควรใช้ภายใน 3-7 วัน โดยให้สังเกตที่กลิ่นเหม็นเปรี้ยวเป็นหลัก

วันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ทุเรียนให้พลังงานจริงหรือ


     ทุเรียน เป็นผลไม้ที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง แถมยังทำให้อ้วนง่ายและร้อนในอีกด้วย เพราะในทุเรียนมีทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมันและแร่ธาตุต่าง ๆ โดยเฉพาะพลังงาน ในเนื้อทุเรียนแต่ละพันธุ์ให้พลังงานไม่เท่ากัน
     เนื้อทุเรียนพันธุ์ก้านยาว 100 กรัม ให้พลังงาน 181 กิโลแคลอรี
     เนื้อทุเรียนหมอนทอง 100 กรัม ให้พลังงาน 156 กิโลแคลอรี
     ดังนั้น ถ้าเอาทุเรียนไปผสมกับข้าวเหนียว ราดกะทิด้วย พลังงานก็จะสูงเกินความต้องการ สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน แนะนำว่า ควรชิมเท่านั้น อย่างถึงกับรับประทานหมดเลย
     แต่คนผอมที่พยายามจะทำน้ำหนักให้เพิ่ม ทุเรียนนี่แหละ ได้ผลอย่างดี และอย่าลืมกินมังคุดตามดับร้อนด้วย
     ที่สำคัญ ไม่ควรกินทุเรียนกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นอันขาด ร้อนเจอร้อน เครื่องในร่างกายอาจพังได้ รู้อย่างนี้แล้ว ถ้าอยากกินทุเรียน ก็ควรกินแต่พอดี จะได้หุ่นดีไม่อ้วน.    


สาระน่ารู้ | เคล็ดลับ  | พลังงานจากทุเรียน
สาระน่ารู้ | เคล็ดลับ  | พลังงานจากทุเรียน

วันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

5 เคล็ดลับ หาวิธีสร้างความสุขให้กับตัวเอง ควรใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุขในทุกๆวัน


แน่นอนว่าเมื่อเราเกิดขึ้นมาบนโลกนี้ ล้วนต้องแสวงหาสิ่งที่เรียกกันว่า ความสุข หรือความอิ่มเอิบใจกันแทบทุกคนเพราะ คงไม่มีใครที่ชอบความทุกข์ หรือทรมานใจเป็นแน่ สำหรับชีวิตที่มีความสุขเป็นอย่างไรนั้น ตรงนี้ยากจะบอกได้เพราะแต่ละคนมีมาตรฐานความพึงพอใจอันจะนำมาซึ่งความสุขแตกต่างกัน บางคนมีพอใจกับการมีเงินมาก บางคนมีความสุขกับชีวิตที่เรียบง่ายก็ว่ากันไปครับ แต่สำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีการเสริมสร้างความสุขให้กับชีวิตของตนเอง วันนี้ผมมีข้อแนะนำง่ายๆ มาฝากกันครับ
5 เคล็ดลับ วิธีสร้างความสุขให้กับตัวเอง ใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุขในทุกๆวัน
1. รู้จักการมองคนอื่นในแง่ดี มองโลกในแง่ที่สวยงาม เป็นการฝึกตนแบบง่ายๆ อย่างหนึ่ง หลักๆ ก็คือการที่เรามองคนอื่นด้วยสายตาแห่งความสุข ปราศจากการโกรธ เกลียด หรือวาดระแวง แค่นี้ก็จะทำให้ชีวิตของเรานั้นมีความสุขขึ้นมาได้ รวมถึงการฝึกให้ตนเองนั้นมองโลกอย่างง่ายๆ ไม่มองโลกในแง่ที่ร้ายเกินไป
2. ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด หมายถึง การมีชีวิตอยู่กับปัจจุบันอย่างมีความสุข อย่าไปกังวลถึงอดีตหรืออนาคตที่ยังมาไม่ถึง เพราะเราไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ ดังนั้นจึงควรที่จะมีชีวิตในวันนี้อย่างมีความสุข และทำทุกอย่างให้ดีที่สุด แล้วอนาคตที่ดีก็จะมาหาเราเองครับ
3. มีความหวัง แน่นอนว่าความหวังนั้นเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงจิตใจของมนุษย์ ทำให้เกิดความมุมานะ ความเพียรพยายาม ดังนั้นคนเราจึงจำเป็นต้องมีความหวังอยู่เสมอ แม้ว่าจะมีชีวิตอยู่กับความยากลำบากเพียงใด จงคิดและทำทุกอย่างในวันนี้อย่างเต็มที่ และมีความหวังอยู่เสมอ อนึ่งการมีความหวังอยู่เสมอทำให้ชีวิตนั้นมีความสุขได้เช่นเดียวกัน
4. มองตนเองว่ามีค่า ห้ามคิดว่าชีวิตของเรานั้นไม่มีค่าสำหรับใคร เพราะความจริงแล้วเรานั้นมีค่ากับคนที่รักเราเสมอ ไม่ว่าจะเป็น พ่อแม่ ญาติพี่น้อง หรือเพื่อนสนิท ดังนั้นเมื่อเกิดความรู้สึกไม่ดี เสียใจ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม อย่าไปยึดติดกับมัน ปล่อยให้ผ่านไป และคิดอยู่เสมอว่าชีวิตเรามีค่ามากกว่าที่จะต้องไปจมปลักอยู่กับมัน
5. รู้จักการให้ การให้ในที่นี้ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของ หรือของมีค่า แต่หมายถึงของที่ประมาณค่าไม่ได้ เช่นน้ำใจด้วยเช่นกัน การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่นั้นเป็นวิธีการเสริมสร้างความสุขทางใจอย่างหนึ่ง และให้เราคิดเสมอว่าการให้นั้นมักจะนำสิ่งดีๆ มาสู่ทั้งผู้ให้และผู้รับ แค่นี้เราก็จะมีความสุขแล้วครับ
จะเห็นความสุขเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิดล้วนๆ และกระบวนการเสริมสร้างความสุขนั้นไม่จำเป็นต้องมีปัจจัยอะไรมาเกี่ยวข้องให้วุ่นวาย เพียงแค่เราคิดดี ทำดี มีชีวิตอยู่กับปัจจุบันให้ดี และมีความหวัง มีกำลังใจอยู่เสมอ เท่านี้ชีวิตของเราก็จะไม่ห่างไกลจากคำว่าความสุขแล้วครับ

วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เซลล์มะเร็งต้องการสารอาหาร ด้วยหรือ?




สาระน่ารู้ | เคล็ดลับ  | สารอาหารที่เซลล์มะเร็งต้องการ
สาระน่ารู้ | เคล็ดลับ  | สารอาหารที่เซลล์มะเร็งต้องการ
     ใครที่ไม่อยากเป็นมะเร็ง วันนี้มีสารอาหารที่เซลล์มะเร็งต้องการมาบอกกัน...

     1. น้ำตาล เช่น น้ำตาลทรายขาว โดยใช้น้ำตาลจากธรรมชาติแทน เช่น น้ำผึ้ง แต่ต้องใช้ในปริมาณที่น้อยมาก เกลือ มีสารจำเป็นที่เซลล์มะเร็งนำไปใช้ ควรงด หรือในปริมาณน้อย
     2. นม ควรดื่ม นำนมถั่วเหลืองทดแทน
     3. เซลล์มะเร็ง เจริญเติบโตในสภาพที่เป็นกรด การบริโภคเนื้อสัตว์ทำให้เกิดสภาพเป็นกรด ควรรับประทานอาหารประเภทปลา ดีกว่าหมู เนื้อ และเนื้อสัตว์ มีแบคทีเรีย ใช้โฮโมนในการเจริญเติบโตปนเปื้อน ที่เป็นอันตรายต่อคนไข้ที่เป็นมะเร็ง
     4. 80% ของผักและนำผลไม้สด ถั่วเมล็ดแห้ง ธัญพืช จะช่วยให้ร่างกายมีสภาพเป็นด่าง 20% จากอาหารที่ปรุงแล้ว น้ำผักและผลไม้สด จะให้เอนไซม์ที่ง่ายต่อการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย เพื่อไปเสริมสร้างความแข็งแรงให้เซลล์ที่ดี ดังนั้นควรดื่มน้ำผักสด และกินผักดิบ 2-3 ครั้งต่อวัน
     5. หลีกเลี่ยงชา กาแฟ ช็อกโกแลต ที่มีคาเฟอีนที่สูง เป็นดื่มชาเขียวที่มี สารต้านมะเร็ง ดื่มน้ำสะอาด หรือน้ำกรองดีที่สุด หลีกเลี่ยงน้ำประปา และเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ที่มีสภาพเป็นกรด
         6. เนื้อสัตว์ ย่อยยาก และต้องการเอนไซม์ในการย่อยเป็นจำนวนมาก และเนื้อที่ย่อยไม่หมด จะคงตกค้างอยู่ในลำไส้ อันนำไปสู่สารพิษตกค้าง
         7. เซลล์มะเร็ง มีโปรตีนที่ยากแก่การทำลายเป็นเกราะป้องกัน การบริโภคเนื้อสัตว์น้อยลง จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายไปทำลายเซลล์มะเร็งได้ง่ายขึ้น
         8. อาหารเสริมบางอย่างช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบภูมิคุ้มกัน เพื่อไปทำลายเซลล์มะเร็ง เช่น วิตามินอี วิตามินซี
         9. เซลล์มะเร็ง เป็นเชื้อโรคของจิตใจ ร่างกาย และจิตวิญญาณ การควบคุมอารมณ์ และมองโลกในแง่ดีจะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น อารมณ์โกรธ หรือความเครียดจะสร้างสภาพความเป็นกรดให้ร่างกาย ควรเรียนรู้ที่จะรัก และให้อภัย พักผ่อนและสนุกกับการใช้ชีวิต
        10. เซลล์มะเร็งไม่สามารถเจริญเติบโตในที่มีออกซิเจนได้ การออกกำลังกายทุกวัน และหายใจเข้าลึกลึก จะช่วยเพิ่มระดับ ออกซิเจนในเซลล์ การบำบัดด้วยออกซิเจนก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะทำลายเซลล์มะเร็ง

     รู้อย่างนี้แล้ว ถ้าไม่อยากเป็นมะเร็ง หันมาดูแลรักษาสุขภาพกันดีกว่า.    

วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

สาระน่ารู้ เรื่องจริงของ ผงชูรส ที่ควรรู้

เรื่องจริงของ “ผงชูรส” ที่ควรรู้





หากพูดถึงผงชูรส เป็นชื่อที่ใครๆ ก็รู้จัก อยู่ติดครัวกันแทบทุกบ้าน ชื่อทางเคมีคือ โมโนโซเดียมกลูตาเมต คือสารที่ใช้สำหรับเพิ่มรสอูนามิให้อาหาร มีรสชาติที่แตกต่างไปจากรสเปรี้ยว รสหวาน เค็ม หรือขม อาจจะเรียกว่า เป็นรสอร่อยเลยก็ว่าได้ จะเห็นได้จากในปัจจุบันเป็นที่นิยมมากกันทีเดียว

หลายคนอาจสงสัยว่ามันมีประโยชน์หรือโทษมากกว่ากัน คณะกรรมการผู้เชียวชาญว่าด้วยวัตถุเจือปนอาหารและคณะกรรมาธิการกฏหมายอาหารขององค์การอาหารและเกษตรได้ร่วมกับองค์การอนามัยโลกแห่งสหประชาชาติ ได้ทำการวิจัยเพื่อประเมินความปลอดภัยของผงชูรส ซึ่งจากผลการวิจัยกว่า 200 รายงาน บ่งบอกได้ว่า คนเราสามารถที่จะบริโภคผงชูรสได้ตลอดชีวิตของทุกๆวัน โดยไม่จำเป็นต้องจำกัดปริมาณบริโภคต่อวัน เพราะไม่มีผลเสียต่อร่างกายแต่อย่างใด
ในการผลิตผงชูรสนั้น มีกรรมวิธีโดยใช้เชื้อจุลินทรีย์เพื่อให้ได้กรดกลูตามิค เช่นเดียวกับการผลิตพวก น้ำปลา น้ำส้มสายชู ไวน์ เบียร์ ทำให้ผงชูรสที่ได้มีความบริสุทธิ์สูงและได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ( อย. )และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ มอก. ว่าปลอดภัยและบริโภคได้ อย่างไรก็ตามเวลาซื้อก็ควรเช็คให้แน่ใจว่าเป็นของแท้ ไม่ใช่ของปลอม

วันพุธที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

สาระน่ารู้ เคล็ดลับ สมุนไพรช่วยลดความดัน

     ทราบหรือไม่ว่า สมุนไพรพื้นบ้านก็สามารถช่วยลดความดันโลหิตสูงได้. . .
     - กระเทียม ซอยกระเทียมสดประมาณครึ่งช้อนชา กินพร้อมอาหารวันละ 2-3 ครั้งหรือจะใช้วิธีเคี้ยวกระเทียมสด ๆ ก็ได้ อย่ากินตอนท้องว่าง เพราะฤทธิ์ร้อนของกระเทียมจะทำให้แสบกระเพาะได้
     - ขึ้นฉ่าย เลือกต้นสดมาตำ คั้นเอาแต่น้ำดื่ม หรือใช้ต้นสด 1-2 กำมือ ตำให้ละเอียดต้มกับน้ำ แล้วกรองเอากากออก ใช้รับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะก่อนอาหาร หรือกินเป็นผักสดผสมในอาหารก็ได้
ใบบัวบก : สมุนไพรช่วยลดความดัน
กระเทียมสด : สมุนไพรช่วยลดความดัน
     - กาฝากมะม่วง ใช้กาฝากของต้นมะม่วง นำมาตากแห้งต้มน้ำดื่มต่างน้ำชาหรือตากแห้งคั่วแล้วชงดื่ม ในบางท้องถิ่นให้ใช้กาฝากสดนำใบและกิ่ง 1 กำมือ ต้มกับน้ำ แล้วนำมาดื่ม
     - กระเจี๊ยบแดง ใช้กลีบเลี้ยงแห้ง ต้มน้ำหรือชงน้ำร้อนกินเป็นชากระเจี๊ยบ ช่วยลดความดันโลหิต ลดคอเลสเตอรอลได้ แก้นิ่ว และลดไข้
     - บัวบก ในตำรายาไทยทั่วไปใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย ขับปัสสาวะ แก้ร้อนใน แต่มีตำรายาพื้นบ้านที่นำมาใช้ลดความดันโลหิตสูง โดยใช้ต้นสด 1 หรือ 2 กำมือ ต้มกับน้ำ แล้วนำมาดื่ม ยังมีสมุนไพรอื่น ๆ ที่ใช้ปรุงอาหารเป็นประจำและมีสรรพคุณช่วยลดความดันได้ เช่น ขิง ขี้เหล็ก ผักชี ผักชีฝรั่ง มะขาม แมงลัก เป็นต้น

วันอังคารที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

สาระน่ารู้ คุณค่าของน้ำ

คุณค่าของน้ำ

       

น้ำผึ้งช่วยปรับสมดุลของร่างกายและควบคุมน้ำหนัก ใครที่มีปัญหาปวดข้อ ปวดกระดูก เป็นตะคริวอยู่บ่อย ๆ หรือแม้กระทั่งโรคอ้วน ก็สามารถดื่มน้ำผึ้ง เพื่อช่วยบรรเทาโรคต่าง ๆ ได้ 
วิธีคือ นำน้ำผึ้ง 3 ช้อนผสมกับน้ำส้มสายชูหมักแอ๊ปเปิ้ล (หรือ Apple Vinegar) 3 ช้อนชา ผสมน้ำเปล่า 1 แก้ว ดื่มทุกเช้าหลังตื่นนอนและระหว่างมื้อเป็นประจำทุกวัน จะทำให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงและสดชื่น



ดื่มโกโก้เป็นประจำทุกวันต่อเนื่อง 12 สัปดาห์ จะช่วยป้องกันรังสี UV ลดผื่นแดง ความหยาบกร้านและเป็นสะเก็ดแห้งที่ผิวได้ดี ในโกโก้หนึ่งถ้วยมีสารแอนตี้ออกซิแดนต์มากที่สุด มีมากกว่าไวน์แดง 1 แก้วถึง 2 เท่า มากกว่าชาเขียว 1 ถ้วย ถึง 3 เท่า และมากกว่าชาดำถึง 5 เท่าเลยทีเดียว



ดื่มกาแฟวันละ 2 แก้ว ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคซึมเศร้าได้ เพราะสารกาเฟอีนช่วยกระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมน ทำให้คึกคักอารมณ์ดีนั่นเอง 



แตงโมปั่น แนะนำให้ใส่เมล็ดแตงโมเข้าไปปั่นด้วย เพราะในเมล็ดแตงโมอุดมไปด้วยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และแคลเซียม ทานเป็นประจำยังช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดได้อีกด้วย



นมเปรี้ยวแก้ท้องผูกและท้องเสียได้ หลายคนอาจจะสงสัยว่าจริงหรือ ในเมื่อนมเปรี้ยวสามารถช่วยแก้ไขปัญหาท้องผูกได้ แล้วทำไมถึงสามารถแก้ไขปัญหาท้องเสียที่ตรงข้ามกันได้ด้วย แต่มันคือเรื่องจริง




ใบชาขาวจะมีสารโพลีฟีนนอล (POLYPHEHENOL) ที่เป็นสิ่งทรงพลัง ช่วยพัฒนากระบวนการล้างสารพิษและสิ่งสกปรกออกจากร่างกาย จึงช่วยป้องกันเซลล์ของร่างกายจาก การเสื่อมสภาพและถูกทำลายก่อนวัยอันควร ซึ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งในระบบภูมิคุ้มกันทางธรรมชาติและปรกสภาพอนุมูลอิสระให้เป็นกลาง ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ใบชาขาวยังป้องกันการเกิดมะเร็ง เพราะช่วยระบบการย่อย และการทำงานของระบบไต



ทำน้ำมะขามดื่มกันเถอะ รับรองเห็นผล เนื้อในของมะขามเปรี้ยว ใช้เป็นยาระบาย ขับเสมหะ เพราะมีกรดอินทรีย์หลายตัว เช่น กรดทาร์ทาริก (Tartaric acid) กรดซิตริก (Citric acid) ทำให้มีฤทธิ์เป็นยาระบาย ลดความร้อนของร่างกาย แพทย์ไทยเชื่อว่า รสเปรี้ยวกัดเสมหะให้ละลายได้อีกด้วย จะเห็นได้ชัดว่า เพียงแค่เราคิดถึงมะขามอ่อนจิ้มเกลือเปรี้ยวลิ้น



น้ำคั้นผลมะนาว ใช้แก้ไอขับเสมหะ เนื่องจากกรดที่มีอยู่ในน้ำมะนาว กระตุ้นให้มีการขับน้ำลายออกมา ทำให้เกิดการชุ่มคอจึงลดอาการไอลงได้ ใช้ผลสดคั้นน้ำได้น้ำมะนาวเข้มข้น ใส่เกลือเล็กน้อย (หรือผสมน้ำผึ้ง 1 ส่วน น้ำมะนาว 3 ส่วน) แล้วจิบบ่อยๆ หรือจะทำเป็นน้ำมะนาวใส่เกลือและน้ำตาล ปรุงรส ให้เข้มข้นพอประมาณดื่มบ่อย



ดื่มนมให้เหมาะสมตามวัย นมเป็นแหล่งอาหารที่ดี มีทั้งโปรตีน พลังงาน วิตามินบี 2 แคลเซียม และแร่ธาตุอื่น ถ้าดื่มเป็นประจำ เด็กจะเติบโตสูงใหญ่ ผู้ใหญ่แข็งแรง 
ในต่างประเทศมีกระแสการต่อต้านการดื่มนม เพราะคนในสังคมนั้นเริ่มที่จะมีการบริโภคเกินความจำเป็น เช่น คนอเมริกันดื่มนมวันละ 1.50 ลิตร เกินความต้องการของร่างกาย คนเราต้องอยู่เป็น กินเป็น ให้ดื่มนม เหมาะสมตามวั

วันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

สาระน่ารู้ เคล็ดลับ 8 หนทางลัดของคนไม่อยากอ้วน

              สาระน่ารู้ เคล็ดลับ 8 หนทางลัดของคนไม่อยากอ้วน




SAY NO ก๋วยเตี๋ยวผัด
1. SAY NO ก๋วยเตี๋ยวผัด
เคยเห็นเวลาแม่ค้าเขาผัดก๋วยเตี๋ยวกันบ้างหรือเปล่า และเคยนับไหมว่าเขาใส่น้ำมันลงไปกี่ครั้ง คนที่กินก๋วยเตี๋ยวผัดมักจะไม่ทันรู้สึกถึงความมันของอาหารจานโปรด เพราะน้ำมันทั้งหมดมันซึมเข้าไปในเส้นเรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าเอาไปวัดแคลอรีคุณอาจช๊อกกับตัวเลขที่คำนวณออกมา

กินแบบครึ่งต่อครึ่ง
2. กินแบบครึ่งต่อครึ่ง
ครึ่งที่ว่านี้หมายถึงกินข้าวครึ่งจานและผักอีกครึ่งจาน หรือถ้ารู้สึกว่ากินข้าวน้อยแล้วไม่อิ่ม ก็อาจจะลดผักลงมาเป็น 3 ใน 4 ของอาหารทั้งจานก็ยังได้

GOOD BYE ก๋วยเตี๋ยวแห้ง
3. GOOD BYE ก๋วยเตี๋ยวแห้ง
ปมด้อยของก๋วยเตี๋ยวแห้งอยู่ที่เส้นที่ชอบสามัคคีกันเป็นก้อนจนแกะไม่ออก แม่ค้าเขาก็เลยต้องใส่น้ำมันลงไปเยอะๆ เพื่อสร้างความแตกแยก และเจ้าน้ำมันช้อนกว่าๆนี่ล่ะที่จะทำให้คุณอ้วนเอาๆ ทั้งๆที่ลดแทบตาย ถ้าคุณเป็นสาวกก๋วยเตี๋ยว ขอแนะนำให้เปลี่ยนมากิน ก๋วยเตี๋ยวน้ำหรือไม่ก็เกาเหลาไปเลยจะดีกว่า จะได้ทั้งความอร่อยและความผอมครบสูตร 

ข้าวกล้องครึ่งข้าวขาวครึ่ง
4. ข้าวกล้องครึ่งข้าวขาวครึ่ง
ข้าวกล้องเป็นอาหารลดน้ำหนักที่ดีต่อสุขภาพมากๆ มันช่วยลดโคเลสตอรอล ลดไขมันในเส้นเลือด คนที่กินข้าวกล้องเป็นประจำจึงไม่ต้องกลัวเลยว่าจะอ้วน แต่สำหรับคนที่ไม่ชอบรสชาติของข้าวกล้องอาจจะใช้วิธีตักข้าวกล้องกับข้าวขาวปนกันอย่างละครึ่งจาน จะเท่ากับว่าคุณได้กินยาลดความอ้วนทุกๆมือ แถมยังได้ผิวสวยหน้าใสเป็นของแถมอีกด้วย  

เมล็ดธัญพืชไม่ต้องบ่อย
5. เมล็ดธัญพืชไม่ต้องบ่อย
เมล็ดธัญพืชมีคุณค่าอาหารสูงมาก และให้พลังงานที่จำเป็น ทำให้อิ่มท้อง แต่ขณะเดียวกันก็มีไขมันสูงไม่ใช่ย่อย เวลากูรูด้านการลดน้ำหนักจัดตารางอาหารให้คนไข้จึงมักจะห้ามไม่ให้กินเมล็ดธัญพืชมากเกินวันละ 1 กำมือเล็ก และไม่เกินสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

กาแฟ I CAN DO
6. กาแฟ I CAN DO
เลิกเสียเงินซื้อกาแฟแก้วละเกือบร้อยจากร้านเก๋ๆได้แล้ว โดยเฉพาะพวกกาแฟใส่นมอย่างลาเต้ มอคค่า คาปูชิโน่ที่มีแคลอรีล้ำหน้าความอร่อยไปไกลโข นาทีนี้คุณควรจะหันมาพึ่งตัวเอง ชงกาแฟกินเอง คุณจะได้จำกัดจำนวนนม น้ำตาลเองได้ ช่วยตัดแคลอรีจากกาแฟลงได้เกือบครึ่ง แถมยังมีเงินเหลือไปซื้ออุปกรณ์กีฬามากออกกำลังกายได้อีกต่างหาก

ถั่วเหลืองสกัดไขมันสัตว
7. ถั่วเหลืองสกัดไขมันสัตว์
เวลากินเนื้อสัตว์ ถึงจะพยายามเขี่ยยังไงก็ยังต้องมีไขมันปนมาอยู่ดี สำหรับคนที่อยากผอมอย่างจริงๆ ถั่วเหลือง ถั่วแดง และสารพัด ถั่วจึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด เอาถั่วที่คุณชอบมาต้มแล้วใส่กล่องเก็บเข้าตู้เย็นไว้ เวลาทานข้าวก็ตักเนื้อสัตว์ออกครึ่งหนึ่งจากประมาณทั้งหมดที่คุณจะกิน แล้วใส่ถั่วที่เตรียมไว้ลงไปแทน คุณจะได้ไม่ต้องอดหมูเห็ดเป็ดไก่ของชอบ และสามารถกินเนื้อน้อยลงโดยที่ยังได้โปรตีนครบเหมือนเดิมด้วย . . ดีสองเด้งอย่างนี้ไม่ลองแล้วจะเสียใจ

งดกินของทอด
8. งดกินของทอด
บางคนมีวิธีกินของทอดโดยการใช้กระดาษซับน้ำมันออกก่อน แต่ที่จริงถึงจะซับยังไงของทอดก็ยังแคลอรีสูงอยู่ดี เพราะน้ำมันส่วนใหญ่ซึมเข้าไปอยู่ในอาหารหมดแล้ว ต่อให้ซับทั้งวันก็เอาออกมาไม่ได้ วิธีป้องกันความอ้วนที่ดีที่สุดจึงได้แก่กาโบกมือลา บ๊ายบายให้ของทอดๆไปเลย